สรุป การคอร์รัปชันในศรีลังกา

ประเทศศรีลังกากำลังตกอยู่สถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจอันเลวร้ายที่สุดตั้งแต่ประเทศนี้เคยเจอหรือตั้งแต่ได้รับเอกราชจากประเทศอังกฤษในปี พ.ศ. 2491 และจากสายตาของคนทั้งโลก ก็ต่างจับจ้องตระกูลของการเมืองที่มีอำนาจของเกาะในมหาสมุทรอินเดียที่นี่ ซึ่งในปัจจุบันได้ทำหน้าที่ปกครองประเทศภายใต้การนำของประธานาธิบดี นามว่า โกตาพญา ราชปักษา และสาเหตุของปัญหาทางเศรษฐกิจในครั้งนี้

ส่วนหนึ่งก็มาจากปัญหาขาดแคลนเงินตราต่างประเทศ ทำให้ไม่มีเงินจากการนำเข้าสินค้าต่างๆ อย่างเช่นน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้เกิดเหตุการณ์ไฟดับทั้งประเทศเป็นระยะเวลาครึ่งวัน และยังเกิดปัญหาอาหารขาดแคลนและยารักษาโรคก็ขาดเช่นกัน  ทั้งหมดนี้เป็นชนวนที่ทำให้ประชาชนนั้นเกิดความโกรธแค้นเพราะความไม่พอใจของการแก้ปัญหาอย่างล้มเหลวของรัฐบาล จึงเรียกร้องให้รัฐบาลภายใต้การบริหารของแกนนำของนักการเมืองจากตระกูลราชปักษาลาออก ผู้ประท้วงจำนวนหลายร้อยคนได้มีการปะทะกับบรรดาตำรวจและทหารเป็นเวลานานหลายชั่วโมงตรงที่บ้านพักประธานาธิบดีจากในกรุงโคลัมโบ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2565 และการประท้วงครั้งนี้จากที่มีความสงบก็กลายเป็นความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจประเทศศรีลังกามีความผิดพลาด ก็คือการเมือง เนื่องจากการผูกขาดของการเมืองที่อยู่ในกำมือของ 2 กลุ่มใหญ่ สิริเสนา และ ราชปักษา ที่สร้างการเมืองแบบรับสืบทอดต่อๆ กันเพื่อบริหารประเทศโดยในช่วงยุคของตระกูลราชปักษา ที่ได้รับเลือกให้กลับมาบริหารประเทศอีกครั้งในปี 2019 โดยนโยบายประชานิยมที่มีความมักง่าย หวังที่จะเอาชนะการเลือกตั้งแบบ แลนด์สไตล์ ที่ทำการลดภาษีแบบหลับหูหลับตาครั้งใหญ่หลวง เลยทำให้สามารถยึดและจัดตั้งรัฐบาลแค่เพียงพรรคเดียวแล้วเอาคนในตระกูลของตัวเองมาดำรงตำแหน่งจัดการเอาเก้าอี้ตำแหน่งที่สำคัญๆ ของแต่ละกระทรวง เอาไว้ได้ เป็นผลจากการที่ รัฐบาลราชปักษา ได้ทำการออกนโยบาย ประชานิคมและทำการลดภาษีแบบถล่มทลายเมื่อรอบที่หาเสียงเลือกตั้ง เลยทำให้รายได้ของรัฐนั้นลดลงไป 35% นอกจากนั้นยังจะมีนโยบายปฏิรูปในส่วนของภาคเกษตร โดยห้ามเกษตรกรใช้ปุ๋ยมีที่ส่วนผสมของเคมีในการเพาะปลูก เลยหวังจะเป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์รายใหญ่ของโลก แต่ผลก็ออกไปในทางตรงกันข้าม เพราะผลผลิตของการเกษตรนั้นลดลงเยอะจนไม่สามารถส่งออกได้ และทำให้ไม่มีรายได้จากการเกษตรเข้าในประเทศอีกเลย   สินค้าที่ทำการส่งออกอันที่น่าชื่นชมของประเทศศรีลังกาก็คือกัญชา ก็ทำให้มีปัญหาเกิดขึ้นในปีที่แล้ว (2021) การส่งออกมูลค่าอยู่ที่ 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มีสัดส่วน 10% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด แต่

สงครามระหว่างประเทศยูเครนและประเทศรัสเซียนั้นทำให้ประเทศรัสเซียไม่นำเข้ากัญชาเข้าประเทศจากศรีลังกา ส่งผลทำให้เศรษฐกิจด้านอุตสาหกรรมเกษตรของประเทศลดลงอย่างน่าใจหาย และยังทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น 10 เท่าแต่ผลผลิตลดลงครึ่งหนึ่งจากที่เคยได้  มีอีกสาเหตุที่ประเทศศรีลังกากำลังเจอกับวิกฤติเศรษฐกิจคือการขาดแคลนเงินตราจากต่างประเทศ ในกระทรวงการคลังได้ระบุไว้ว่า ประเทศศรีลังกานั้นมีทุนสำรองอยู่แค่ 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น แต่ต้องการเพิ่มอีกถึง 6,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อที่ประเทศยังคงเดินหน้าต่อไปได้อีก 5 – 6 เดือน การที่ประเทศไม่มีเงินทุนสำรองที่จะเก็บไว้ซื้อพลังงานเชื้อเพลิง ไฟฟ้า และอาหาร เป็นผลทำให้สินค้าในประเทศขาดแคลน มีจำนวนที่น้อยลง แต่ความต้องการนั้นยังคงเท่าเดิมอยู่เลยทำให้ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้นแบบน่าตกใจ ผลเสียต่อมาทำให้ประชาชนที่ใช้เงินซื้อของใช้จ่ายต่างๆ ไม่มีเงินที่จะจับจ่ายใช้สอยอีก รัฐบาลก็เลยแก้ปัญหาโดยการ พิมพ์เงินเพิ่ม แต่ปัญหาเดิมที่ยังไม่แก้ก็ยังคงอยู่และการพิมพ์เงินเพิ่มก็เป็นการสร้างปัญหาให้คนในประเทศอย่างประชาชน แล้วยังทำให้เงินเฟ้ออย่างหนักหน่วง   การที่มีภาระหนี้ในประเทศแต่รัฐบาลไม่แก้ไขปัญหาและสร้างปัญหาเพิ่มอีก ประเทศศรีลังกาจึงเกิดความพังพินาศและเป็นหนี้มากถึง 51,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แถมยังไม่สามารถที่จะเอาเงินมาจ่ายแม้แต่ดอกเบี้ย ปัญหาเหล่านี้ทำให้ประชาชนในประเทศศรีลังกากำลังประสบปัญหาขาดแคลนอาหาร เด็กเล็กต้องอดอาหาร ต่อคิวยาวเป็นกิโล เพื่อทำการซื้อของกินของใช้และน้ำมันเชื้อเพลิงในการดำเนินชีวิตกันต่อไป