Contact-1

ปัญหาการทุจริต จัดซื้อ จัดจ้าง

Contact-2

แน่นอนว่าทุกวันนี้เกือบจะหลายโปเจค ที่มีการทุจริตในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างมากมาย หลายต่อหลายโครงการด้วยกัน ทำให้บางแห่งต้องพบเจอกับความเดือดร้อน จากความสะเพร่าของผู้รับเหมา มันเป็นแบบนี้มานานนับปี บางทีถ้าให้ใครให้ผลประโยชน์มากกว่า แน่นอนงานนั้น ๆ ย่อมต้องเป็นของผู้ว่าจ้างไปโดยปริยาย เพียงเพราะเงินคำเดียว

เราอาจมองว่าเรื่องพวกนี้เป็นสิ่งเล็กน้อย แต่สำหรับภาษีประชาชนนั้นมันมีค่าเสมอ เพียงแค่บาทเดียวกับการทุจริตก็ไม่สมควรเกิดขึ้น เพราะมันเป็นน้ำพักน้ำแรงของเราจากการทำงาน พี่น้องส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยเห็นดีเห็นเห็นงามกับปัจจัยนี้สักเท่าไร แต่ทำยังไงได้ไม่มีอำนาจอยู่ในมือ จะไปต่อกรสู้รบปรบมือกับเขาได้อย่างไร คนพวกนี้ส่วนใหญ่แล้วมักได้ใจเสมอ มักคิดว่าใครหน้าไหนจะกล้าเปิดโปง

และปัญหาการทุจริตนั้นไม่ได้มีแค่องค์กรรัฐบาล ในส่วนของเองชนก็มีความเสี่ยงเหมือนกัน อยู่ที่ว่าจะว่างระบบอย่างไรให้รัดกุม มิให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา มันก็พูดยากพอสมควร เพราะส่วนใหญ่เรื่องเงินเข้ามามีบทบาททำให้เกิดเรื่องแบบนี้ทุกครั้ง บ้างก็ให้ใต้โต๊ะหากประมูลงานได้ แบ่งกันเป็นสัดส่วนตามข้อตกลตามสัญญาให้ไว้กับผู้ดูแลงาน

แต่บางครั้งการประมูลงานก็มาในรูปแบบเครือญาติ ถ้าพวกพ้องตนเองทำธุรกิจที่เข้าทาง แน่นอนว่ามันก็ง่ายต่อการตอรอง ไม่ต้องพูดเยอะแถมข้อมูลก็ปลอดภัย ความเสี่ยงก็น้อยกว่าคนนอก เหมือนคำที่ว่า เรือล่มในหนองทองจะไปไหน ยังไงให้พวกตัวเองดีกว่าเสมอ ถ้าเอาเหยื่อมาแล้วหลุดมือไปความเสียดายต้องบังเกิดเป็นแน่

ความเสียหายและปัญหาที่ตามมานั้นมันต้องมีอยู่แล้วแน่นอน อย่างแรกเลยคือตัดมือตัดเท้าคนอื่นเพียงเพราะมีเส้นสาย หรือมีผลประโยชน์ร่วมกันมานาน ทำให้คนอื่นเขาไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้เลย เราจะเห็นหลายๆ โครงการจะมีเจ้าหนึ่งประมูลงานได้เสมอแทบทุกครั้งก็ว่าได้ โดยเจ้าอื่นซึ่งร่วมแข่งขันในการส่งราคา หากมีการเจรจาแล้วข้อตกลงโดนใจก็อาจได้งานไป แต่บางทีก็เสียเงินเปล่าๆ ก็มีถมไป

โดยส่วนใหญ่ก็ยอมจะเสี่ยงกัน เพราะเห็นอนาคตข้างหน้าว่า หากสามารถได้งานมาแล้ว 1 ชิ้น ส่วนต่อไปน่าจะง่ายกว่า พวกคนมีอำนาจบางทีเห็นคนพวกนี้เหมือนหมูหวาน เพราะง่ายต่อการเจรจาอยากได้อะไรก็จะยกใส่พานมาให้เลย แทบไม่ต้องร้องขอเพียงเอยคำเดียวเท่านั้น ก็ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการมาโดยง่ายดาย

ซึ่งพวกนี้เขาก็น่าสงสารมาก เพราะบางทีก็อาจจะไม่ได้งานก็ได้ ทำให้สิ่งที่ทำมากลายเป็นศูนย์เปล่า แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงส่วนมาก็เป็นประชาชนตาดำๆ อย่างเรา มารับผลการกระทำของผู้มีอำนาจ ที่คอยจ้องแต่จะหาเรื่องทุจริต โดยไม่สนว่าใครเขาจะเดือดร้อน สิ่งปลูกสร้างบางอย่างมันก็ไม่จำต่อการใช้ในชีวิตประจำวัน แล้วโครงการแบบนี้มีเยอะแยะมากมายให้เราได้พบเห็น ถ้าหนักมากก็จะกลายเป็นข่าวใหญ่โต มีเรื่องราวจนนำไปสู่การจับกุมฟ้องร้อง

หากเราอยากจะจัดการปัญหาทุจริตนี้ได้ ก็ต้องคอยเป็นหูเป็นตาให้กัน ช่วยกันสอดส่องหากใครกระทำผิด ให้กฎหมายเป็นเครื่องดำเนินการช่วยจับคนไม่ดี แม้มันจะมีความเสี่ยงต่อตัวเรา ถ้าเรากล้าแน่นอนว่า ต้องมีคนมาค่อยช่วยสนับสนุนเป็นกระบอกเสียงให้ ซึ่งเดียวนี้โซเชียลมีเดียเองมีประโยชน์ในการตีแผ่ความจริงให้โลกรับรู้ แล้วรอเวรกรรมที่เขากระทำให้คืนสนองต่อตนเอง เหมือนแพ้ภัยตน