โกงอาหารกลางวัน

ปัญหาทุจริตอาหารกลางวันอนาคตของเหล่าเด็กๆในประเทศไทย

โลกโซเชี่ยวต่างตกตะลึง เมื่อเห็นภาพอาหารกลางวัน​ของศูนย์เด็กเล็ก เด็กวัยกำลังโตได้กินแค่ขนมจีนคลุกน้ำปลากับแตงกวาหนึ่งชิ้น ! ‘เพจสุราษฎร์ธานี’ ได้แฉคลิปนี้ให้สังคมได้รับรู้ ภาพดังกล่าวปรากฏอาหารที่อยู่ในถาดหลุม คือ ขนมจีนเปล่าๆ กับน้ำปลา สำหรับเด็กโตบางคนมีน้ำราดหน้าแลดูคล้ายน้ำยา พ่วงมาด้วยแตงกวา 1-2 ชิ้น เท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับกระแสโซเชี่ยวเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ โรงเรียนแห่งนี้โดยด่วน

ต่อมาเพียงไม่นานเมื่อน้ำลดตอก็ผุด ข่าวนี้มีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่กรณีอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ที่โกงงบประมาณอาหารของเด็กนักเรียนชั้นอนุบาลให้ทานแค่ขนมจีนคลุกน้ำปลากับน้ำซุปเศษเนื้อสัตว์ ต่อมาไม่ต่างนักก็มีข่าวออกมาว่าโรงเรียนแห่งหนึ่ง ณ จังหวัดลพบุรี ซึ่งแฟนเพจ Facebook ของ ‘แหม่มโพธิ์ดำ’ แฉภาพโกงอาหารกลางวันปริมาณอาหารกลางวันเท่าขยุมมด ของเด็กนักเรียน ไม่เหมาะสมกับงบประมาณที่ได้ปีละเกือบ 2 แสนบาทเลยสักนิดเดียว

กระบวนการแฉความจริงยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะมันดำเนินมาถึงกรณีโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในอำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ที่วัตถุดิบสำหรับทำอาหารกลางวัน หายไปอย่างไร้ร่องรอยหลายรายการ ตีเป็นจำนวนหลายสิบกิโลกรัม เมื่อค้นหาความจริงอย่างเจาะลึกลงไป ต้องตกตะลึงเมื่อพบพฤติกรรมทุจริต โดยเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนจัดซื้อวัตถุดิบจากตลาดในราคาปกติ แต่กลับขอเบิกจ่ายเกินราคา หรือจัดส่งไม่ครบถ้วนตามใบสั่งซื้อ หากแต่ลงนามเบิกค่าวัตถุดิบครบเต็มจำนวนทุกบาททุกสตางค์ นับเป็นความอัปยศและน่าอับอายที่ประเทศไทยมีการโกงกินไปทั่วทุกวงการ ขนาดอาหารกลางวันของเด็กตาดำๆที่กำลังเติบโต ก็ไม่ใช่เรื่องยกเว้น 

เมื่อต้อตอของการโกงกินถูกแฉ ผลปรากฏว่ากลับมีการลงโทษย้ายออกนอกพื้นที่เท่านั้น หรือนำกลับเข้าสู่ตำแหน่งภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาของจังหวัดนั้นๆ พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบ แต่ทว่ากลับไม่มีการลงโทษทางอาญา หรือให้บุคคลเหล่านั้นชดใช้ค่าเสียหาย เมื่อกระทำการเช่นนี้แล้วสุดท้ายก็จบลงที่เรื่องเงียบหายไปในที่สุด

ทางด้าน นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ออก 3 มาตรการอย่างเร่งด่วน เพื่อเป็นการแก้ปัญหาโกงอาหารกลางวันเด็ก คือ ให้ผู้ว่าราชการทุกจังหวัด ตั้งคณะบุคคลออกสุ่มตรวจตามโรงเรียนต่างๆ  และขอความร่วมมือจากผู้ปกครองคอยสอดส่องดูแลเรื่องเมนูอาหารของบุตรหลาน รวมทั้งให้ทางโรงเรียนจัดทำเมนูล่วงหน้า 1-2 สัปดาห์ ตบท้ายด้วยการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างจิตสำนึก

สำหรับมาตรการทั้งหมดนี้ มันอาจช่วยแก้ปัญหาได้เพียงเบื้องต้นเท่านั้น เพราะถ้าหากผู้เกี่ยวข้องยังคงไร้จิตสำนึกในเรื่องทุจริตก็เป็นเรื่องยากมากในการแก้ปัญหาระยะยาว แถมไม่มีบทลงโทษใดๆอีกด้วย และเด็กๆ ก็จะต้องรับกรรมกันต่อไป